เลือกให้ถูก

ทุนประกันควรตั้งเท่าไหร่ และทำไมทุนของปีที่แล้วไม่เหมาะกับปีนี้

ทุนประกันคือตัวเลขที่กำหนดทั้งเบี้ยที่จ่ายและเงินที่ได้ตอนรถหาย ตั้งสูงเกินคือจ่ายเบี้ยฟรีทุกเดือน ตั้งต่ำเกินคือได้เงินไม่พอซื้อรถทดแทน และคนส่วนใหญ่พลาดข้อหลังโดยไม่รู้ตัว

ทุนประกันคืออะไรกันแน่

ทุนประกันคือ เพดานสูงสุดที่บริษัทจะจ่ายให้กับตัวรถของคุณ ไม่ใช่ราคาที่ได้แน่นอน

ถ้ารถเสียหายบางส่วน บริษัทจ่ายตามค่าซ่อมจริง ทุนประกันแทบไม่มีผล แต่ถ้ารถสูญหายหรือเสียหายสิ้นเชิง (total loss) บริษัทจะจ่ายตามทุนประกันที่ระบุไว้ ตัวเลขนี้จึงสำคัญเฉพาะในวันที่แย่ที่สุด ซึ่งเป็นวันที่คุณต้องการเงินมากที่สุดพอดี

นี่คือเหตุผลว่าทำไมทุนประกันถึงเป็นตัวเลขที่คนมองข้ามตอนซื้อ แล้วมาเสียใจตอนเคลม

ตั้งเท่าไหร่ถึงพอดี

หลักที่ใช้กันคือ 70–80% ของราคาตลาดรถ ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาป้ายตอนซื้อ และไม่ใช่ยอดหนี้ที่เหลือกับไฟแนนซ์

ผลของการตั้งทุนประกันในระดับต่าง ๆ
ตั้งทุนประกันที่เบี้ยตอนรถหายเหมาะกับใคร
สูงกว่าราคาตลาดแพงเกินจริงได้ไม่เกินราคาตลาดอยู่ดีไม่เหมาะกับใครเลย
ราว 80% ของราคาตลาดกลางพอซื้อรถทดแทนรุ่นใกล้เคียงรถที่ยังผ่อนอยู่ · รถใช้ทุกวัน
ราว 70% ของราคาตลาดถูกลงขาดอยู่บ้าง ต้องเติมเงินเองรถปลดหนี้แล้ว · มีเงินสำรอง
ต่ำกว่า 60%ถูกที่สุดไม่พอซื้อรถทดแทนเสี่ยงเกินกว่าที่ประหยัดได้

ข้อควรรู้อีกข้อคือ ทุนประกันขยับได้ทีละขั้น ไม่ใช่ตัวเลขอิสระ เช่นบางแผนขยับทีละ 50,000 บาทในช่วง 50,000–500,000 บาท บางแผนให้เลือกเฉพาะ 100,000 / 200,000 / 300,000 บาท จึงต้องเลือกขั้นที่ใกล้เคียงที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขที่คำนวณได้เป๊ะ

ดูช่วงทุนประกันของแต่ละแผนในเว็บ

ทำไมทุนของปีที่แล้วไม่เหมาะกับปีนี้

เพราะรถลดราคาทุกปี แต่กรมธรรม์ไม่ได้ลดให้อัตโนมัติ ถ้าต่อประกันแบบกดยอมรับใบเสนอราคาเดิม ทุนประกันมักถูกคงไว้หรือลดลงน้อยกว่าที่ควร ผลคือจ่ายเบี้ยบนมูลค่าที่รถไม่มีแล้ว

ตัวอย่างวิธีคิด รถราคาตลาดปีนี้ 500,000 บาท ตั้งทุนที่ 400,000 บาท (80%) · ปีหน้าราคาตลาดเหลือ 430,000 บาท ทุนที่เหมาะจะอยู่ราว 340,000 บาท ถ้ายังคงไว้ที่ 400,000 บาท ส่วนเกิน 60,000 บาทนั้นคือเบี้ยที่จ่ายไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา เพราะตอนเคลมจริงบริษัทก็อ้างอิงราคาตลาดอยู่ดี

ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ราคาของรถรุ่นใดรุ่นหนึ่ง

วิธีเช็กราคาตลาดจริง — ดูราคาประกาศขายรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน เลขไมล์ใกล้เคียงกัน จากเว็บซื้อขายรถมือสองสัก 3–5 คัน แล้วใช้ค่ากลาง อย่าใช้ราคาที่ตั้งสูงสุดเพราะเป็นราคาตั้งขาย ไม่ใช่ราคาที่ขายได้จริง

สามกรณีที่ต้องคิดต่างจากหลัก 70–80%

  1. รถที่ยังผ่อนไฟแนนซ์อยู่ — ถ้าทุนประกันต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือ วันที่รถหายคุณจะได้เงินไม่พอปิดหนี้ และยังต้องผ่อนต่อทั้งที่ไม่มีรถ ให้ตั้งทุนไม่ต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือเป็นขั้นต่ำ
  2. รถที่ติดอุปกรณ์เพิ่มพิเศษ — คอก ตู้ทึบ ตู้เย็น หลังคา อุปกรณ์เหล่านี้อาจทำให้เบี้ยแพงขึ้นแต่ไม่ได้แปลว่าคุ้มครองเสมอไป บางแผนระบุชัดว่าความเสียหายของอุปกรณ์ทำความเย็นไม่คุ้มครอง ต้องถามแยกเป็นข้อ ๆ ไม่ใช่เหมารวมในทุนประกัน
  3. รถที่มูลค่าเหลือน้อยมาก — ถ้าราคาตลาดเหลือระดับแสนต้น ๆ การจ่ายเบี้ยชั้น 1 มักไม่คุ้มกับทุนที่ได้ ควรพิจารณาลดชั้นลงมาแทนการลดทุนประกันอย่างเดียว

อ่านคู่มือประกันรถยนต์ฉบับเต็ม · เช็กลิสต์ก่อนเซ็นตอนต่อประกัน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทุนประกันรถยนต์ควรตั้งเท่าไหร่
หลักที่ใช้กันคือราว 70-80% ของราคาตลาดรถ ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาป้ายตอนซื้อ และไม่ใช่ยอดหนี้คงเหลือกับไฟแนนซ์ ตั้งสูงกว่าราคาตลาดไม่ได้ทำให้ได้เงินมากขึ้นตอนรถหาย แต่ทำให้จ่ายเบี้ยแพงขึ้นทุกปี
ตั้งทุนประกันสูงไว้ก่อน จะได้เงินเยอะตอนรถหายใช่ไหม
ไม่ใช่ บริษัทอ้างอิงราคาตลาดของรถในการชดใช้อยู่ดี ทุนที่สูงเกินราคาตลาดจึงเป็นเบี้ยที่จ่ายไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา
รถยังผ่อนไฟแนนซ์อยู่ ควรตั้งทุนเท่าไหร่
อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือ เพราะถ้ารถหายแล้วได้เงินไม่พอปิดหนี้ คุณจะต้องผ่อนต่อทั้งที่ไม่มีรถแล้ว
ทุนประกันเลือกตัวเลขอะไรก็ได้ไหม
ไม่ได้ ทุนประกันขยับเป็นขั้น เช่นบางแผนขยับทีละ 50,000 บาทในช่วง 50,000-500,000 บาท บางแผนให้เลือกเฉพาะ 100,000 / 200,000 / 300,000 บาท จึงต้องเลือกขั้นที่ใกล้เคียงที่สุด
ติดตู้ทึบหรือคอกเพิ่ม ต้องเพิ่มทุนประกันไหม
ต้องถามเป็นรายแผน อุปกรณ์เพิ่มพิเศษบางอย่างทำให้เบี้ยแพงขึ้นแต่ไม่ได้แปลว่าคุ้มครองความเสียหายของตัวอุปกรณ์เสมอไป บางแผนระบุชัดว่าความเสียหายของอุปกรณ์ทำความเย็นไม่คุ้มครอง

เช็กเบี้ยรถของคุณใน 1 นาที

กรอกข้อมูลรถ แล้วเราเทียบเบี้ยจากบริษัทที่ร่วมงานให้ ไม่มีค่าใช้จ่าย

เช็กเบี้ยประกัน

เช็กเบี้ยประกัน LINE